ชื่อหลักสูตร
ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2566)
ชื่อปริญญาและสาขาวิชา
ชื่อปริญญาภาษาไทย: ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (วิศวกรรมเครื่องกล)
ชื่อปริญญาภาษาอังกฤษ: Doctor of Philosophy (Mechanical Engineering)
อักษรย่อภาษาไทย: ปร.ด. (วิศวกรรมเครื่องกล)
อักษรย่อภาษาอังกฤษ: Ph.D. (Mechanical Engineering)
จำนวนหน่วยกิตที่เรียนตลอดหลักสูตร
แบบ 1.1 และแบบ 2.1 ไม่น้อยกว่า 48 หน่วยกิต
แบบ 1.2 และแบบ 2.2 ไม่น้อยกว่า 72 หน่วยกิต
รูปแบบของหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน
– ระบบทวิภาคระบบทวิภาค โดย 1 ปีการศึกษาแบ่งออกเป็น 2 ภาคการศึกษาปกติ และ 1 ภาคการศึกษาปกติมีระยะเวลาการศึกษา ไม่น้อยกว่า 15 สัปดาห์
– ไม่มีภาคฤดูร้อน
– วัน – เวลาราชการปกติ ภาคการศึกษาต้น เดือน มิถุนายน ถึง ตุลาคม
ภาคการศึกษาปลาย เดือน พฤศจิกายน ถึง กุมภาพันธ์
เกณ์การรับเข้าศึกษา
หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต มี 2 แบบ ซึ่งก็คือ แบบ 1 และ แบบ 2 โดย แบบ 1 จะเน้นเฉพาะดุษฎีนิพนธ์ ซึ่งแบ่งย่อยเป็น แบบ 1.1 และ 1.2 สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาตรี ตามลำดับ ขณะที่ แบบ 2 มีทั้งรายวิชาและดุษฎีนิพนธ์ ซึ่งแบ่งย่อยเป็น แบบ 2.1 และ 2.2 สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาตรี ตามลำดับ สำหรับระยะเวลาเรียนตามหลักสูตรของแบบ 1.1 และ 2.1 เท่ากับ 3 ปี ส่วนแบบ 1.2 และ 2.2 มีระยะเวลาเรียนตามหลักสูตร 4 ปี คุณสมบัติของผู้เข้าศึกษาหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต เป็นดังต่อไปนี้
แบบ 1.1 และ 2.1 เป็นผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาโทหรือเทียบเท่า โดยมีคณะกรรมการ บริหารหลักสูตรตรวจสอบคุณสมบัติ
แบบ 1.2 และ 2.2 เป็นผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี ที่มีผลการเรียนดีมาก โดยจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารหลักสูตร
“ดีมาก” หมายถึง (เกียรตินิยมอันดับ 1)
ต้องมีผลคะแนนการทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษผ่านเกณฑ์ตามประกาศมหาวิทยาลัยบูรพา เรื่อง มาตรฐานการทดสอบภาษาอังกฤษ สำหรับนิสิตระดับบัณฑิตศึกษา (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ถ้ามี)
มีเกณฑ์คุณสมบัติเพิ่มเติม
กรณีผู้สมัครเข้าศึกษาแบบ 1.1 และ 1.2 เน้นเฉพาะดุษฎีนิพนธ์ ผู้สมัครจะต้องมีเอกสารรับรองจากอาจารย์ประจำหลักสูตรในการเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ให้แก่ผู้สมัคร โดยอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. 2558
สถานภาพของหลักสูตรและการพิจารณาอนุมัติ/เห็นชอบหลักสูตร
สภาวิชาการให้ความเห็นชอบหลักสูตรในการประชุม ครั้งที่ 8/2565 วันที่ 24 เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2565
สภามหาวิทยาลัยให้ความเห็นชอบหลักสูตรในการประชุม ครั้งที่ 9/2565 วันที่ 17 เดือนกันยายน พ.ศ. 2565
อาชีพที่สามารถประกอบได้หลังจากสำเร็จการศึกษา
วิศวกรเครื่องกล ผู้ประกอบการ อาจารย์ นักวิชาการ หรือ นักวิจัย
ปรัชญาของหลักสูตร
มุ่งผลิตบุคลากรดุษฎีบัณฑิตให้สามารถสืบค้น ประยุกต์ วิเคราะห์ และสังเคราะห์องค์ความรู้และเทคโนโลยีที่ทันสมัยด้านวิศวกรรมเครื่องกล มีความสามารถและทักษะในการดำเนินงานวิจัยในระดับสูงให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ รวมถึงมีศักยภาพในการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ให้ทันสมัยและแก้ปัญหาซับซ้อนด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวิศวกรรมเครื่องกล รวมถึงประยุกต์องค์ความรู้ทางด้านวิศวกรรมเครื่องกลเข้ากับศาสตร์อื่นได้อย่างเหมาะสมเพื่อตอบสนองนโยบายของประเทศและการเปลี่ยนแปลงของโลก
วัตถุประสงค์ของหลักสูตร
เมื่อสิ้นสุดการเรียนการสอนตามหลักสูตรแล้ว ดุษฎีบัณฑิตจะมีสมรรถนะ ดังนี้
1) แสดงออกถึงคุณธรรมและจริยธรรมในการจัดการปัญหา และสามารถใช้ดุลยพินิจอย่างผู้รู้ ด้วยความยุติธรรม ด้วยหลักฐาน กฎหมาย หลักปฏิบัติสากล มาตรฐานสากล และค่านิยมอันดีงาม โดยคำนึงถึงผลกระทบในทุก ๆ มิติ จนนำไปสู่การนำเสนอข้อสรุปของปัญหา ทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ โดยสามารถจัดการกับข้อโต้แย้งและวิเคราะห์ปัญหาที่มีผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น
2) แสดงออกถึงภาวะผู้นำและสามารถเป็นต้นแบบในการดำรงและส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม ริเริ่มชี้ให้เห็นข้อบกพร่องของจรรยาบรรณที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเพื่อทบทวน ปรับปรุง และแก้ไขให้เป็นไปตามหลักสากล มาตรฐานสากล และไม่ขัดต่อวัฒนธรรมไทย
3) อธิบายความรู้และความเข้าใจอย่างถ่องแท้และลึกซึ้ง ทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ รวมถึงสามารถค้นคว้าและศึกษาเพิ่มเติม พร้อมทั้งประยุกต์ วิเคราะห์ และสังเคราะห์ ในหลักการ ทฤษฎี และงานวิจัยระดับนานาชาติในสาขาวิศวกรรมเครื่องกล รวมถึงสาขาที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพในตนเอง ผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม หรือสิ่งประดิษฐ์ที่จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมในประเทศไทย
4) แสดงออกถึงทักษะเกี่ยวกับการแสวงหาความรู้ ประยุกต์ วิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมิน งานวิจัยทางด้านวิศวกรรมเครื่องกล รวมถึงด้านที่เกี่ยวข้องในระดับนานาชาติ เพื่อนำไปสู่การสร้างหรือพัฒนางานวิจัย นวัตกรรม หรือสิ่งประดิษฐ์ทางด้านวิศวกรรมเครื่องกล รวมถึงการบูรณาการเข้ากับศาสตร์อื่น ไม่ว่าจะเป็น พหุวิทยาการ หรือสหวิทยาการ โดยคำนึงถึงผลกระทบในด้านต่างๆ อย่างรอบคอบ
5) แสดงความเห็นทางวิชาการและวิชาชีพ รวมถึงการวางแผน วิเคราะห์ และแก้ปัญหาที่ซับซ้อนสูงมากในสาขาวิศวกรรมเครื่องกล รวมถึงสาขาที่เกี่ยวข้อง ได้ด้วยตัวเอง พร้อมทั้งสามารถวางแผนในการปรับปรุงตนเองและองค์กร รวมถึงสามารถปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
6) สามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ รวมถึงสามารถใช้เครื่องมือทางด้านวิศวกรรมเครื่องกล รวมถึงเทคโนโลยีอื่นๆ ในการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล เพื่อสรุปสาระสำคัญรวมทั้งนำต่อเสนอวงการวิชาการและวิชาชีพให้เข้าใจได้ อีกทั้ง สามารถสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับกลุ่มบุคคลต่างๆ รวมถึงชุมชนทั่วไป
7) ใช้เครื่องมือและกระบวนการ ทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เพื่อแก้ปัญหาทางวิชาการและวิชาชีพที่มีความสำคัญและซับซ้อนได้ พร้อมทั้งตีความหมายของผลลัพธ์ของปัญหาด้านวิศวกรรมเครื่องกล รวมถึงด้านที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น พหุวิทยาการ หรือสหวิทยาการ เพื่อนำไปสู่บทสรุปสำหรับแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อนำเสนอต่อวงการวิชาการและวิชาชีพให้เข้าใจได้
ความคาดหวังของผลลัพธ์การเรียนรู้เมื่อสิ้นปีการศึกษา (Yearly learning outcomes, YLO)
ปีที่ 1 นิสิตสามารถกำหนดปัญหาทางวิศวกรรมเครื่องกล และบูรณาการความรู้ทางวิศวกรรมวิศวกรรมเครื่องกล และใช้เครื่องมือเฉพาะทางในการแก้ปัญหาทางด้านวิศวกรรมเครื่องกล รวมถึงสามารถกำหนดปัญหาในการวิจัย วางแผนการทำวิจัย กำหนดระเบียบวิธีวิจัย ได้อย่างเหมาะสม โดยมีการอ้างอิงงานวิจัยที่น่าเชื่อถือในระดับนานาชาติ โดยคำนึงถึงกฎหมาย หลักปฏิบัติสากล และจรรยาบรรณ รวมทั้งความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม
ปีที่ 2 นิสิตสามารถดำเนินการวิจัย โดยสามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมินปัญหาทางด้านวิศวกรรมเครื่องกล รวมถึงสามารถบูรณาการและประยุกต์ใช้ความรู้ในศาสตร์ต่างๆ และเครื่องมือต่างๆ เพื่อพัฒนางานวิจัย โดยสามารถนำเสนอและโต้แย้งข้อมูลทางวิชาการภายใต้กรอบจริยธรรมทางการวิจัยและวิชาชีพ รวมถึงแสดงออกถึงความเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดีได้
ปีที่ 3 นิสิตสามารถพัฒนาหรือสร้างองค์ความรู้ทางด้านวิศวกรรมเครื่องกล ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับชาติหรือระดับนานาชาติได้ โดยสามารถเผยแพร่ผลงานวิจัยในวารสารระดับชาติหรือระดับนานาชาติ พร้อมทั้งแสดงออกถึงศักยภาพในการนำเสนองานวิจัยและอธิบายข้อโต้แย้งทางวิชาการ และบรรลุถึงความต้องการตามกรอบจริยธรรมทางการวิจัยและวิชาชีพได้
โครงสร้างหลักสูตร
1) แบบ 1.1
หมวดวิชาบังคับ (ไม่นับหน่วยกิต) 3 หน่วยกิต
ดุษฎีนิพนธ์ 48 หน่วยกิต
หมวดวิชาปรับพื้นฐาน (ถ้ามี) ไม่นับหน่วยกิต 3 หน่วยกิต
2) แบบ 1.2
หมวดวิชาบังคับ (ไม่นับหน่วยกิต) 3 หน่วยกิต
ดุษฎีนิพนธ์ 72 หน่วยกิต
หมวดวิชาปรับพื้นฐาน (ถ้ามี) ไม่นับหน่วยกิต 3 หน่วยกิต
3) แบบ 2.1
หมวดวิชาบังคับ 3 หน่วยกิต
หมวดวิชาเลือก 9 หน่วยกิต
ดุษฎีนิพนธ์ 36 หน่วยกิต
หมวดวิชาปรับพื้นฐาน (ถ้ามี) ไม่นับหน่วยกิต 3 หน่วยกิต
4) แบบ 2.2
หมวดวิชาบังคับ 3 หน่วยกิต
หมวดวิชาเลือก 21 หน่วยกิต
ดุษฎีนิพนธ์ 48 หน่วยกิต
หมวดวิชาปรับพื้นฐาน (ถ้ามี) ไม่นับหน่วยกิต 3 หน่วยกิต
หมายเหตุ วิชาปรับพื้นสำหรับผู้เรียนที่ไม่ได้สำเร็จการศึกษาในสาขาวิศวกรรมเครื่องกล
โดยตรง ผู้เรียนต้องลงทะเบียนเรียนรายวิชาตามมติคณะกรรมการบริหารหลักสูตร ไม่น้อยกว่า 3 หน่วยกิต ทั้งนี้วิชาปรับพื้นเป็นวิชาในหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2564 หรือหลักสูตรปรับปรุงที่สืบเนื่องกัน
ดาวโหลดหลักสูตร
สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล หลักสูตร พ.ศ. 2567
