ด้มอบนวัตกรรมเครื่องดูดกรองอากาศติดเชื้อชนิดส่งลมออกสู่ภายนอกอาคารโดยตรง แก่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2565 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ณยศ คุรุกิจโกศล คณบดี และคณะทำงาน คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ได้มอบนวัตกรรมเครื่องดูดกรองอากาศติดเชื้อชนิดส่งลมออกสู่ภายนอกอาคารโดยตรง อนุสิทธิบัตรเลขที่ 18282 จำนวน 10 เครื่อง พร้อมการดำเนินการออกแบบและควบคุมงานติดตั้งระบบปรับอากาศและระบายอากาศเพื่อลดการแพร่เชื้อทางอากาศห้องทันตกรรม แก่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จำนวน 5 ห้อง โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.ทวีลาภ ตั๊นสวัสดิ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ และคณะทำงาน เป็นตัวแทนในการรับมอบ

สิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมนี้ถูกคิดค้นและผลิตโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภาวิณี ศักดิ์สุนทรศิริ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อุทัย ประสพชิงชนะ
และทีมงานจิตอาสาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นเครื่องดูดกรองอากาศติดเชื้อชนิดส่งลมออกสู่ภายนอกอาคารโดยตรง ประกอบด้วยส่วนที่ติดตั้งภายนอกอาคาร และส่วนที่ติดตั้งภายในอาคาร โดยส่วนที่ติดตั้งภายนอกอาคารออกแบบให้มีลักษณะเป็นตู้โครงโลหะสี่เหลี่ยม และส่วนล่างติดตั้งกล่องเปลี่ยนทิศทางลมที่ติดตั้งหลอดยูวีซี (UVC) ที่หันหลอดเข้าหากล่องบรรจุแผ่นกรองละเอียด ซึ่งอีกด้านของกล่อง บรรจุแผ่นกรองละเอียดต่อเข้ากับท่ออ่อนที่ต่อกับพัดลมดูดอากาศที่ติดตั้ง อยู่ด้านบนของตู้โครงโลหะสี่เหลี่ยม ซึ่งส่วนที่ติดตั้งภายนอกอาคาร และภายในอาคาร เชื่อมต่อกันโดยนำปลายที่เหลืออีกด้านหนึ่งของกล่อง เปลี่ยนทิศทางลมมาต่อเข้ากับกล่องโลหะสี่เหลี่ยมที่ติดตั้งหน้ากากช่อง กรองหยาบที่ต่อเข้ากับชุดแผ่นกรองหยาบซึ่งผนังของเครื่องดูดกรองอากาศเป็นโลหะ และมี 2 ด้านที่ทำเป็นบานประตู มีการทดสอบการรั่วไหลที่มีมาตรฐานจากภาคอุตสาหกรรม

สามารถนำไปใช้ได้หลากหลายรูปแบบ เช่น

  • รูปแบบที่ 1 ติดตั้งถาวรกับห้องตรวจรักษา เพื่อปรับให้ห้องตรวจเป็นห้องความดันลบ (negative pressure room)
  • รูปแบบที่ 2 ติดตั้งถาวรกับห้องตรวจรักษา เพื่อปรับให้ห้องตรวจเป็นห้องอากาศสะอาดความดันบวก (positive pressure room)
  • รูปแบบที่ 3 ติดตั้งกับเต้นท์ชั่วคราวเป็นเต้นท์ความดันลบ (negative pressure tent)
  • รูปแบบที่ 4 ใช้งานเป็นเครื่องฟอกอากาศติดเชื้อภายในอาคาร (recirculate air cleaner)

สิ่งประดิษฐ์ดังกล่าวนี้จะทำให้การปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ มีความปลอดภัยจากโรคติดเชื้อ COVID-19 หรือโรคติดต่ออื่น ๆ มากยิ่งขึ้น ลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคในห้องทันตกรรม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงในการแพร่เชื้อ ส่งผลให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมั่นใจ และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น